เฉพาะสมาชิกเท่านั้น ที่สามารถฝากข้อความได้ กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.
บุคคลทั่วไป
54.227.31.145
ชื่อเรียก:

รหัสผ่าน:



สมาชิกใหม่:
กำลังใช้งาน:
  บุคคลทั่วไป: 32
54.227.xx.xxx
176.111.xxx.xxx
66.249.xx.xxx
46.229.xxx.xxx
46.229.xxx.xxx

  ทั้งหมด: 32

คำเตือน!
 การพยายามเข้าระบบจัดการ โดยผู้ที่ไม่ใช่เว็บมาสเตอร์ IP ดังกล่าวจะถูกระงับการใช้งานทันที

สำหรับผู้ดูแลเว็บ
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน

  หน้าแรก

  เข้าสู่ระบบ
  ดาวน์โหลด
  ดาวน์โหลดพิเศษ
  เว็บลิงค์
  แกลลอรี่ออนไลน์
  สร้างธีมเบื้องต้น
  กระดานข่าว
  ระบบคะแนน
  เรื่องทั้งหมด
  เรื่องสำหรับพิมพ์
  หัวข้อเรื่อง
  ยอดฮิตติดอับดับ
  ติดตาม ไอพี
  ค้นหา
  สถิติการเข้าชม
  แบบสำรวจ
  แนะนำบอกต่อ
  ประวัติส่วนตัว
  ติดต่อเรา
  สมัครสมาชิก
ครูชัยวัฒน์ ไชยสงคราม โทร.086-2512546
 วิชางานโฆษณา ชั้น ม.1
วิชาที่สอน






1.1   ประวัติความเป็นมาของการโฆษณาในประเทศไทย



 



            ประวัติความเป็นมาของการโฆษณาในประเทศไทย*ไม่ได้ระบุไว้แน่ชัดว่าการโฆษณาเกิดขึ้นเมื่อไร แต่เข้าใจว่าการโฆษณาของไทยนั้นคงมีมาแต่ครั้งโบราณกาลนับตั้งแต่คนไทยเริ่มมีสินค้ามีคนขายและคนซื้อ การโฆษณาสินค้าของคนไทย ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ คือการร้องขายสินค้าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายโดยอาศัยการบอกกล่าวขายสินค้าของตนไปยัง ลูกค้าโดยตรงซึ่งรูปแบบของการโฆษณาสินค้าในลักษณะนี้ ยังคงสืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบันดังจะเห็นได้จากบรรดาหาบเร่ รถเข็น และพัฒนา รูปแบบ มาเป็นรถบรรทุกเล็กที่วิ่งขายสินค้าไปตามแหล่งชุมชนและที่อยู่อาศัยเพื่อขายสินค้าทั่วไป



 ย้อนหลังไปประมาณเกือบ 200 ปีการโฆษณานั้นเป็นแนวความคิดที่เกิดขึ้น และพัฒนามาจากประเทศกลุ่มตะวันตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา ได้แพร่ขยายเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกพร้อมๆกับการพัฒนาของสื่อมวลชนชนิดแรก คือ หนังสือพิมพ์วันที่ 4 กรกฎาคมพ.ศ. 2387 นายแพทย์ Dan Beach Bradley ได้ออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทยชื่อหนังสือจดหมายเหตุฯ หรือ The Bangkok Recorder โดยออกเป็นรายปักษ์ความหนาจำนวน8 หน้า ด้วยยอดพิมพ์ 300 ฉบับ และพร้อมกำเนิดของหนังสือพิมพ์ฉบับแรกนี้โฆษณาชิ้นแรกของไทยก็ได้ปรากฎขึ้นด้วยนั่นคือ โฆษณาของอู่ต่อเรือบางกอกด๊อก และนับจากนั้นมา เมื่อมีนิตยสารอื่นๆเกิดขึ้น ก็จะมีสินค้าลงโฆษณาในนิตยสารเหล่านั้นด้วยแทบทุกฉบับ



            เมื่อธุรกิจการค้าขยายตัวการสื่อสารเพื่อแจ้งข่าวสารต่อมวลชนจึงทวีบทบาทสำคัญมากขึ้นโดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 6 การโฆษณาเจริญมาก เพราะเป็นหนังสือพิมพ์และนิตยสารได้เปลี่ยนมือผู้บริหารจากการเป็นของเจ้านายมาสู่สามัญชน และต้องดำเนินการในรูปธุรกิจเพื่อเลี้ยงตัวในรอด การโฆษณาจึงได้กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่สุดของหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน ประเภทอื่นๆในเวลาเดียวกันการโฆษณาก็ได้กลายมาเป็นเครื่องมือทางการตลาดกิจการค้า อีกด้วยในปีพ.ศ. 2467 มีเหตุการณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของวงการโฆษณาเกิดขึ้น นั่นคือ ได้มีบริษัทที่รับจ้างทำงานโฆษณาเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ดำเนินงานในลักษณะ ของบริษัทโฆษณาท้องถิ่นชื่อบริษัทสยามแอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด จากการก่อตั้งของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชร อัครโยธินและผู้เล็งเห็นประโยชน์อย่างคุ้มค่าของการใช้บริการจากบริษัทโฆษณารายแรกคือห้างนายเลิศ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีสินค้า หลายประเภท 

          นอกจากนี้กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ยังได้ทรงถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับอุตสาหกรรมของเมืองไทย เช่น โรงงานสบู่ของบริษัท สยาม อินดัสตรี จำกัดผู้ผลิตสบู่ซันไลต์ เป็นต้น ฉะนั้น การเกิดของ บริษัท สยามแอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัดย่อมแสดงให้เห็นว่า การโฆษณาในสมัยนั้นเจริญรุ่งเรืองจนกระทั่งมีผู้คิดทำธุรกิจเกี่ยวกับการโฆษณาขึ้น ในรูปของบริษัทการค้าซึ่งถือว่าเป็นต้นกำเนิดของธุรกิจโฆษณาในขอบเขตที่กว้างขวางขึ้นโดยเปลี่ยนจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายสินค้าติดต่อโดยตรง กับเจ้าของสื่อโฆษณามาเป็นตัวกลางรับจัดทำโฆษณา และติดต่อสื่อสารต่างๆให้ ซึ่งเป็นลักษณะของธุรกิจการโฆษณาในปัจจุบัน การที่กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินทรงเป็นผู้บุกเบิกและนำเอากิจการโฆษณาแบบตะวันตก เข้ามาใช้ในกิจการหลายแห่ง และบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายเป็นอย่างดี หลักการปฏิบัติก็ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ จึงทำให้พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นพระบิดาแห่งวงการโฆษณาไทย



1.2 ความหมายของงานโฆษณา



ความหมายของ"โฆษณา" มีการให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป ซึ่งสามารถรวบรัดได้ดังต่อไปนี้



"โฆษณา" หมายถึงรูปแบบการใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร โดยไม่ใช้บุคคลเกี่ยวกับองค์การผลิตภัณฑ์บริการ หรือความคิดโดยผู้อุปถัมภ์ ที่ระบุชื่อ ความหมายนี้ยังเป็นความหมายของสมาคมการตลาดแห่งสหรัฐอเมริกา (The American Marketing  Association หรือ AMA) ได้บัญญัติไว้ จะเห็นว่าลักษณะของการโฆษณามีดังต่อไปนี้



A.R. Oxenfeldtand C. Swan กล่าวว่า "การโฆษณาเป็นการสื่อสารโน้มน้าวใจจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อโดยมิ ได้เป็นไปใน



รูปส่วนตัว"





        Maurice I.Mandell ให้คำจำกัดความว่า "การโฆษณา หมายถึงรูปแบบการส่งเสริมการขายผ่านสื่อโฆษณา ที่มิใช่บุคคล และต้องชำระเงินโฆษณาโดยผู้อุปถัมภ์ ซึ่งการโฆษณานี้มีความหมายแตกต่างไปจากการส่งเสริมการขายรูปแบบอื่น ๆ เช่น การขายโดยพนักงาน และการ ส่งเสริมการจำหน่ายเป็นต้น"



        S.W. WilliamPattis กล่าวว่า "การโฆษณา หมายถึงการสื่อสารในรูปแบบใด ๆ ซึ่งเจตนาที่จะกระตุ้นผู้ที่มี ศักยภาพในการซื้อและการส่งเสริมในด้านการจำหน่ายสินค้าและบริการ รวมถึงการสร้างประชามติ การกระทำการเพื่อก่อให้เกิดการสนับสนุนทางการเมือง การขาย ความคิดหรือการเสนอความคิดเห็นหรือสาเหตุต่างๆ และการ กระทำ เพื่อให้ประชาชนเห็นคล้อยตามหรือปฏิบัติไปในทางที่ผู้โฆษณาประสงค์"



       ดร.เสรี วงษ์มณฑา ได้ให้ความหมายไว้ว่า การโฆษณา คือ กิจกรรมสื่อสารมวลชนที่เกิดขึ้นเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภค มีพฤติกรรมอันเอื้อ อำนวยต่อความเจริญของธุรกิจการขายสินค้าหรือบริการ โดยอาศัยจากเหตุผล ซึ่งมีทั้งกลยุทธ์ จริงและเหตุผลสมมติผ่านทางสื่อโฆษณาที่ต้อง รักษาเวลาและเนื้อที่ที่มีการระบุบอกผู้โฆษณาอย่างชัดแจ้ง



 



1.3วัตถุประสงค์ของงานโฆษณา



การโฆษณาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจ(Comprehensive Advertising)

การให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสินค้าและบริการสามารถทำได้ดังต่อไปนี้ คือ



1.การโฆษณาให้ความรู้ เกี่ยวกับประเภทของสินค้าและบริการเช่น สินค้าเกษตรกรรม สินค้าอุตสาหกรรม

2. การโฆษณาให้ความรู้ เกี่ยวกับความสำคัญของสินค้าและบริการโดยเฉพาะสินค้าที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต 

    ของมนุษย์ เช่น อาหาร ยารักษาโรค

3. การโฆษณาให้ความรู้ เกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้าและบริการเช่น การโฆษณาคุณสมบัติของยารักษาโรค

4. การโฆษณาให้ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวคิดใหม่ของการโฆษณาเกี่ยวกับสินค้าและบริการโดยการใช้ชื่อโฆษณา    แบบใหม่ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ตลอดจนการทำให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมในการโฆษณา

5. การโฆษณาให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการผลิตสินค้านับตั้งแต่เริ่มต้นจนสำเร็จเป็นสินค้าสำเร็จรูป



 



การโฆษณาเพื่อให้ข่าวสาร (InformativeAdvertising)

ข่าวสารของการโฆษณาที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคมีหลายประเภท คือ



1.ข่าวสารการตลาด เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพเหตุการณ์ของการตลาด

2. ข่าวสารการลงทุนเป็นการให้ข้อมูลทางด้านการลงทุนเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในสินค้าและบริการ

3. ข่าวสารสินค้าและบริการใหม่เป็นการบอกกล่าวและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าใหม่ หรือบริการใหม่ ๆเพื่อให้ผู้บริโภค

    มีโอกาสพิจารณาเลือกซื้อ

4. ข่าวสารราคาสินค้าและบริการเป็นการใช้ข้อมูลด้านราคาเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจและนำไปสู่การซื้อสินค้าและบริการ

5. ข่าวสารการส่งเสริมการขาย เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขาย เช่นการตลาด การแจกการแถม ของกำนัล เป็นต้น



 



การโฆษณาเพื่อชักจูงใจ (PersuasiveAdvertising)

การโฆษณาเพื่อชักจูงใจนั้นจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้เกิดกับผู้บริโภคทำให้เกิดการคล้อยตามที่จะซื้อสินค้าและ

บริการ สามารถใช้หลักการดังนี้ คือ



1.จูงใจให้เกิดความสนใจที่จะซื้อสินค้าและบริการ - การโฆษณานี้ต้องชี้แนะให้ผู้บริโภคเกิดความประสงค ์ในการใช้

    สินค้าและบริการเมื่อผู้บริโภคใช้สินค้าและบริการแล้ว จะมีความสะดวกสบาย

2. จูงใจให้เกิดความประทับใจในสินค้าและบริการ -การโฆษณาต้องสร้างความประทับใจกับผู้บริโภค โดยใช้ศิลปะของ

    การสื่อสารเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความอยากรู้อยากเห็น เร้าอารมณ์ ก่อให้เกิดความรู้สึกคล้อยตาม และเกิดความ

    ประทับใจในคุณภาพและบริการ 

3. จูงใจให้เกิดความพึงพอใจในสินค้าและบริการ -การโฆษณานี้ต้องสร้างภาพพจน์ของสินค้าและบริการ ให้สอดคล้อง

    กับความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยเอาจุดเด่นของสินค้าและบริการมาสร้างสรรค์งานโฆษณา

4. จูงใจให้เกิดความภูมิใจในสินค้าและบริการ -การโฆษณาในลักษณะนี้มักนำเอาบุคคลสำคัญ และเป็นที่รู้จักมาเป็น

    แบบในโฆษณา เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปเห็นว่าบุคคลสำคัญยังใช้สินค้าและบริการชนิดเดียวกับตน จึงเกิดความภาคภูมิ

    ใจเมื่อใช้สินค้าและบริการนั้น



1.4 ประเภทของงานโฆษณา



โฆษณาที่พบเห็นอยู่ทุกวันนี้เมื่อศึกษาถึงลักษณะของผู้โฆษณา สื่อที่ใช้ รวมทั้งจุดประสงค์ของการโฆษณาแล้วสามารถ

แยกประเภทของการโฆษณาได้   7 ลักษณะ



 



******************************************














สงวนลิขสิทธิ์โดย © ครูชัยวัฒน์ ไชยสงคราม All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2018-06-20 (250 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]